Skip to content

จาก PCOS สู่ PMOS…เมื่อโรคนี้ไม่ใช่แค่ความผิดปกติของรังไข่อย่างเดียวอีกต่อไป

เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กลุ่มแพทย์และนักวิจัยนานาชาติได้มีการประกาศเปลี่ยนชื่อโรค Polycystic Ovary Syndrome (PCOS) เป็น Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome (PMOS) อย่างเป็นทางการ โดยเป้าหมายหลักของการเปลี่ยนชื่อโรคใหม่ เพื่อสะท้อนอาการที่แท้จริงของโรค การเปลี่ยนชื่อเรียกโรคนี้จะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องมากขึ้น

PCOS ย่อมาจาก Polycystic Ovary Syndrome หรือที่บ้านเราคุ้นเคยในชื่อ “โรคถุงน้ำรังไข่หลายใบ” ซึ่งชื่อนี้ถูกใช้มานานหลายทศวรรษ โดยเน้นไปที่ความผิดปกติของถุงน้ำในรังไข่เป็นหลัก

เนื่องจากชื่อเดิม “Polycystic Ovary” มักทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าโรคนี้เป็นเพียงเรื่อง “ถุงน้ำในรังไข่” ทั้งที่ในความเป็นจริง โรคมีความซับซ้อนและส่งผลกระทบกับหลายระบบในร่างกาย และบางคนก็ไม่มีถุงน้ำที่รังไข่ โรคนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะรังไข่เท่านั้น แต่มีความผิดปกติที่ครอบคลุมทั้งระบบฮอร์โมน เมแทบอลิซึม 

ดังนั้น ชื่อใหม่ “Polyendocrine Metabolic Ovarian Syndrome หรือ PMOS” จึงสะท้อนภาพรวมของโรคที่ส่งผลกระทบต่อหลายระบบได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

  • Polyendocrine: สื่อถึงความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับระบบฮอร์โมนหลายชนิด ทั้งอินซูลิน แอนโดรเจน และระบบต่อมไร้ท่อ
  • Metabolic: สื่อถึงความเกี่ยวข้องกับระบบเมแทบอลิซึม เช่น ภาวะดื้อต่ออินซูลิน, อ้วนลงพุง (visceral obesity), เบาหวาน, metabolic dysfunction-associated steatotic liver disease, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเลือดสูง และโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • Ovarian: สื่อถึงผลกระทบต่อรังไข่และระบบสืบพันธุ์ รวมถึงความผิดปกติของการตกไข่และภาวะมีบุตรยาก

ข้อดีของการเปลี่ยนชื่อเป็น PMOS

การเปลี่ยนชื่อจาก PCOS สู่ PMOS ไม่ใช่แค่เรื่องของภาษาศาสตร์ แต่ส่งผลดีต่อการรักษาในชีวิตจริงอย่างมาก

  1. ลดความสับสนของคนไข้ ผู้หญิงหลายคนที่มีอาการฮอร์โมนเพศชายสูงและประจำเดือนมาไม่ปกติ แต่ตรวจอัลตราซาวนด์แล้วไม่เจอถุงน้ำ จะได้รับการวินิจฉัยที่ครอบคลุมมากขึ้น
  2. เข้าถึงการรักษาเร็วขึ้น ช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์หันมาตรวจคัดกรองความเสี่ยงด้านเมตาบอลิก เช่น เจาะเลือดดูระดับน้ำตาลและไขมัน ตั้งแต่เนิ่น ๆ
  3. เพิ่มความตระหนักรู้ของผู้ป่วย เมื่อคนไข้เข้าใจว่าโรคนี้เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการปรับพฤติกรรมสุขภาพ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรักษาโรคนี้

PMOS กับโรคทาง Metabolic

เราจะพบว่ากลไกการเกิดโรคมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันดังนี้

  • ภาวะดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance): ร่างกายไม่สามารถใช้อินซูลินในการนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตับอ่อนจึงต้องหลั่งอินซูลินออกมามากขึ้นจนเกิดภาวะอินซูลินในเลือดสูง (Hyperinsulinemia)
  • อินซูลินกระตุ้นรังไข่: ระดับอินซูลินที่สูงเกินไปนี้ จะวิ่งไปกระตุ้นรังไข่ให้ผลิต ฮอร์โมนแอนโดรเจน (Androgen) หรือฮอร์โมนเพศชาย ออกมามากผิดปกติ
  • ไข่ไม่ตกตามรอบธรรมชาติ: เมื่อฮอร์โมนเพศชายสูงเกินไป จะไปขัดขวางการเจริญเติบโตของไข่ ทำให้ไข่ไม่ตก ประจำเดือนจึงเลื่อน หรือขาดหายไป
  • การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Low-grade Inflammation): ภาวะนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการอักเสบ ซึ่งยิ่งไปซ้ำเติมให้เกิดการดื้ออินซูลินรุนแรงขึ้น เป็นวงจรที่ไม่มีที่สิ้นสุด

อาการแสดง

1. อาการแสดงออกของการมีฮอร์โมนเพศชายมาก เช่น ภาวะมีขนดกแบบเพศชาย หน้ามัน สิวขึ้นง่าย ผมร่วง เป็นต้น

2. ภาวะไข่ไม่ตกเรื้อรัง อาการที่พบคือ ระดูมาห่างคือ การมีรอบระดูน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี หรือมีช่วงระยะเวลาระหว่างรอบระดูนานกว่า 35 วัน หรืออาจมีระดูออกกะปริบกะปรอยหลังจากที่มีการขาดหายของระดูหลายรอบเดือน

3. รังไข่ที่มีถุงน้ำเล็ก ๆ หลายใบ จากการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง หรือ อัลตร้าซาวด์ ในอุ้งเชิงกรานจะเห็นลักษณะรังไข่จะมีถุงน้ำเล็กๆ หลายใบเรียงตัวล้อมรอบผิวนอกของรังไข่  หรือในบางรายอาจตรวจไม่พบถุงน้ำรังไข่หลายใบ        

4. อาการแสดงความผิดปกติอื่น ๆ เช่น ภาวะอ้วนโดยเฉพาะอ้วนลงพุง อาจพบรอยดำตามข้อพับ เช่นต้นคอ ซอกรักแร้ ใต้ราวนม ซึ่งบ่งบอกว่ามีความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวาน

สัญญาณที่ควรมาพบแพทย์

สัญญาณสำคัญที่บ่งบอกว่าควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญคือ ประวัติการมีประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ ประจำเดือนน้อยกว่า 8 ครั้งต่อปี หรือมีรอบเดือนนานกว่า 35 วัน ควรปรึกษาแพทย์ แพทย์สามารถตรวจวัดระดับฮอร์โมนเพื่อวินิจฉัยภาวะดื้ออินซูลินหรือฮอร์โมนเพศชายสูงกว่าปกติซึ่งอาจทำให้เกิดสิว ผมร่วง หรือขนดกได้

การดูแลตัวเองในผู้ป่วยที่เป็น PMOS

“ไลฟ์สไตล์คือยารักษาหลัก” เพราะต้นเหตุคือระบบเผาผลาญ การดูแลตัวเองจึงต้องมุ่งเป้าไปที่การลดภาวะดื้ออินซูลิน

  • ปรับการกิน (Nutrition Reset): เน้นอาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ (Low GI) เพื่อไม่ให้กระตุ้นอินซูลินสูง เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต เพิ่มโปรตีนคุณภาพดีและใยอาหารสูง เลี่ยงน้ำตาลและไขมันทรานส์ที่กระตุ้นการอักเสบ
  • ออกกำลังกายแบบผสมผสาน (Exercise): ควรทำทั้งการคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว ปั่นจักรยาน เพื่อเผาผลาญน้ำตาล และการเล่นเวทเทรนนิ่ง (Weight Training) เพื่อสร้างมวลกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อคือแหล่งดึงอินซูลินไปใช้งานที่ดีที่สุด

เอกสารอ้างอิง

Teede HJ, Gibson-Helm M, Azziz R, et al. Polyendocrine metabolic ovarian syndrome, the new name for polycystic ovary syndrome: a multistep global consensus process. Lancet. 2026;[cited 2026 Jun 21]. Available from: https://www.thelancet.com/journals/lancet/article/PIIS0140-6736(26)00717-8/fulltext

Cofact Thailand. PMOS ชื่อใหม่ของ PCOS: รายงานสุขภาพ [Internet]. 2026 May 29 [cited 2026 Jun 21]. Available from: https://blog.cofact.org/th/health-report-pmos-29052026/

สมาคมต่อมไร้ท่อแห่งประเทศไทย. Polyendocrine metabolic ovarian syndrome (PMOS): ชื่อใหม่ของ PCOS [Internet]. 2026 May 19 [cited 2026 Jun 21]. Available from: https://www.thaiendocrine.org/polyendocrine-metabolic-ovarian-syndrome-pmos-%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87-pcos/

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล. PCOS (Polycystic Ovary Syndrome) หรือกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ [Internet]. [cited 2026 Jun 21]. Available from: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1274