เราขอพาทุกคนไปรู้จักกับ “กีวีสีทอง” เป็นกีวีจากการพัฒนาสายพันธุ์ที่เกิดขึ้นในประเทศนิวซีแลนด์ ผลมีลักษณะทรงกลมรี ผิวเปลือกบางมีขนเล็กๆ แกนตรงกลางผลจะมีเมล็ดสีดำเล็กๆ เกาะอยู่รอบๆ ผลอ่อนจะมีลักษณะคล้ายกีวีสีเขียว ส่วนผลสุกจะมีสีเหลือง รสชาติหวาน เนื้อชุ่มฉ่ำน้ำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว

กีวีสีทองเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีวิตามินอยู่หลากหลายชนิด ได้แก่ วิตามินซี วิตามินอี วิตามินเค และโพแทสเซียม รวมถึงการต้านอนุมูลอิสระ กีวีสีทองนับว่าเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมากเมื่อเทียบกับผลไม้อื่นๆ โดยการรับประทานกีวี 1 ลูก หรือประมาณ 100 กรัม ร่างกายของเราจะได้รับวิตามินซีมาก 161 มิลลิกรัมทำให้กีวีสีทองเป็นอีกหนึ่งผลไม้มากสรรพคุณที่นิยมกินเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้กีวีสีทองยังมีคุณประโยชน์อีกมากมายที่ไม่ใช่แค่วิตามินซีสูงอย่างที่รู้กันอีกด้วย
กีวีสีทองช่วยให้หลับสนิทมากขึ้น
หากร่างกายของคนเรามีปริมาณสารเซโรโทนิน (Serotonin) ต่ำกว่าปกติ จะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกกระสับกระส่าย และนอนไม่หลับ กีวีสีทองมีสารต้านอนุมูลอิสระ และสารเซโรโทนิน ซึ่งช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง ช่วยในเรื่องการนอนหลับ อีกทั้งยังช่วยรู้สึกผ่อนคลายได้
ช่วยบำรุงครรภ์
ในกีวีสีทองมีกรดโฟลิก (Folic Acid) หรืออีกชื่อเรียกว่าสารโฟเลต (Folate) คือวิตามินที่ช่วยเสริมพัฒนาการของทารกในครรภ์ โดยสารโฟเลตจะเข้าไปช่วยสร้างตัวอ่อนให้แข็งแรง อีกทั้งยังช่วยควบคุมการสร้างกรดอะมิโนที่จำเป็นในการแบ่งเซลล์ รวมถึงสร้างเม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวในไขกระดูกของทารกอีกด้วย
มีเอนไซม์ช่วยในการย่อยโปรตีน
เมล็ดกีวีมีเอนไซม์ซิสเตอีนโปรตีเอสจากธรรมชาติ ที่เรียกว่าแอกทินิดิน (Actinidin) สามารถช่วยย่อยสลายโปรตีนได้โดยเฉพาะโปรตีนจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม การรับประทานกีวีทั้งลูกที่มีทั้งเอนไซม์และใยอาหารที่สูงจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้เป็นปกติ
มีใยอาหารสูงช่วยเป็นพรีไบโอติกซึ่งเป็นอาหารให้กับโพรไบโอติกที่ดีในลำไส้
โดยปกติแล้วในลำไส้ของเราจะทำหน้าที่ในการดูดซึมสารอาหาร จากการย่อยสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้กับร่างกาย โดยร่างกายของเราต้องการพรีไบโอติก (Prebiotics) ซึ่งเป็นใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยจากกระเพาะอาหาร มักพบพรีไบโอติกในผักผลไม้ต่างๆ โดยพบว่ากีวีสีทองพรีไบโอติกจะเป็นอาหารชั้นดีให้กับโพรไบโอติก (Probiotics) หรือแบคทีเรียที่ดีต่อสุขภาพอย่างแบคทีเรีย F. Prau (Faecalibacterium prausnitzii) เป็นแบคทีเรียในลำไส้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการต้านการอักเสบและการควบคุมระบบภูมิคุ้มกัน มีบทบาทสำคัญในการรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคจับที่ผิวเยื่อบุลำไส้ โดยการสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้ ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อฉวยโอกาสในร่างกาย โดยจุดเด่นของแบคทีเรียชนิดนี้สามารถผลิตบิวทิเรต (butyrate) ซึ่งเป็นกรดไขมันสายสั้นที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบในลำไส้ โดยยับยั้งการผลิตไซโตไคน์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในภาวะต่างๆ เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง (IBD) และโรคลำไส้แปรปรวน (IBS)
ปัจจุบันมีงานวิจัยออกมา โดยพบว่าเมื่อรับประทานสารสกัดจากกีวีสีทอง 600 มิลลิกรัม/วัน ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ พบว่าปริมาณแบคทีเรีย F.prau เพิ่มมากขึ้น สามารถช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยในผู้ที่มีอาการท้องผูก ช่วยเพิ่มการผลิตเมือกในลำไส้ ช่วยป้องกันการกัดกร่อนเยื่อบุเซลล์ของผนังลำไส้ และช่วยให้อุจจาระเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ได้ง่าย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตของฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึกอิ่ม หากยิ่งมีการผลิตออกมามาก ก็จะทำให้อาหารเดินทางในกระเพาะและลำไส้ได้นานขึ้น สามารถลดการเพิ่มของปริมาณ Nitric Oxide ที่เป็นสาเหตุของการอักเสบและมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณของสารกลุ่มอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี
References
- Blatchford P, Stoklosinski H, Eady S, Wallace A, Butts C, Gearry R, Gibson G, Ansell J. Consumption of kiwifruit capsules increases Faecalibacterium prausnitzii abundance in functionally constipated individuals: a randomised controlled human trial. J Nutr Sci. 2017 Oct 12;6:e52. doi: 10.1017/jns.2017.52. PMID: 29152256; PMCID: PMC5672330.
- Ferreira-Halder CV, Faria AVS, Andrade SS. Action and function of Faecalibacterium prausnitzii in health and disease. Best Pract Res Clin Gastroenterol. 2017 Dec;31(6):643-648. doi: 10.1016/j.bpg.2017.09.011. Epub 2017 Sep 18. PMID: 29566907.
- Starin M, Susanne M, Erin L, Malkanthi E, Emma G, Neville J, Jennifer G, Doug R. Livaux® gold kiwifruit powder consumption at 600 mg per day for 28 days increases Faecalibacterium prausnitzii numbers and decreases bloating and hydrogenotrophic species numbers in healthy individuals, consistent with slow fermentation: A randomized controlled trial. Bioactive Carbohydrates and Dietary Fibre, 2025(33), https://doi.org/10.1016/j.bcdf.2025.100468
