ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 กลายเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่สำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และในช่วงที่เปลี่ยนฤดูกาล จากฤดูหนาวสู่ฤดูร้อน ในช่วงปลายฤดูหนาวของทุกปีที่มีการแจ้งเตือนว่ามีค่า PM2.5 สูงเป็นพิเศษจนส่งผลกระทบของสุขภาพของประชาชนโดยรวมได้ เนื่องจากในช่วงนั้นบริเวณความกดอากาศสูง หรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมเป็นระลอกๆ ทำให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงโดยทั่วไป โดยมีอากาศเย็นถึงหนาว และหนาวจัดบางพื้นที่ แต่มีบางช่วงความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าว มีกำลังอ่อนลง จึงส่งผลให้มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือมีกำลังอ่อนลง หรือมีลมสงบตามไปด้วย ประกอบกับมีการผกผันกลับของอุณหภูมิในระดับล่างส่งผลให้ระดับเพดานการลอยตัวและการกระจายตัวของฝุ่นละอองอยู่ในระดับต่ำ การไหลเวียนและถ่ายเทของอากาศไม่ดี จึงทำให้เกิดการสะสมของฝุ่นละออง หมอก และควัน ในบรรยากาศมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น
PM2.5 หรือชื่อเต็มคือ Particulate matter with diameter of less than 2.5 micron เป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กที่มีขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ปกติใช้เป็น 1 ใน 8 ตัววัดมาตรฐานคุณภาพอากาศในบรรยากาศ ความร้ายแรงจากฝุ่นนี้ที่แตกต่างจากฝุ่นโดยทั่วไปคือ มันสามารถผ่านการกรองของขนจมูกและเข้าสู่ชั้นในสุดของปอดได้ นอกจากนี้มันสามารถทำหน้าที่เป็นตัวกลางพาสารอื่น ๆ เข้าสู่ปอดด้วยการให้สารเหล่านั้นมาเคลือบบนผิวของมัน เช่น สารก่อมะเร็ง สารโลหะหนัก เป็นต้น แม้ฝุ่นละอองตัวนี้ก็ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น หรือเกินค่ามาตรฐานเป็นครั้งแรก เนื่องจากมันมีอยู่และจางหายไปเป็นวัฏจักรมานานหลายปีแล้ว แต่ในปัจจุบัน ปัญหามลพิษทางอากาศกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวของคนไทยมากขึ้น เพราะเห็นถึงผลกระทบร้ายแรงชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ มี ตัวเลขผู้เสียชีวิตระบุว่าคนไทยเสียชีวิตจากฝุ่น PM2.5 ประมาณ 70,000 คนต่อปีและ ข้อมูลล่าสุดเมื่อต้นปี 2569 ยังระบุความสัมพันธ์ระหว่างฝุ่น PM 2.5 กับอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งปอดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในบางพื้นที่ของไทย
ภัยอันตรายจาก PM2.5
1. การเข้าสู่ร่างกายของ PM2.5
เมื่อเราหายใจเอาอากาศที่มีฝุ่น PM2.5 ปนเปื้อนเข้าไป ฝุ่นจะผ่านขนจมูกซึ่งไม่สามารถกรองฝุ่นขนาดเล็กนี้ได้ จากนั้นฝุ่นจะเดินทางผ่านหลอดลม ลงไปถึงถุงลมในปอด ซึ่งเป็นบริเวณแลกเปลี่ยนออกซิเจนกับเลือด ฝุ่นบางส่วนจะเกาะอยู่ในปอด ส่วนหนึ่งสามารถทะลุผ่านผนังถุงลมเข้าสู่กระแสเลือด และแพร่กระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ ทั่วร่างกาย
2. ผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ
PM2.5 เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ระบบทางเดินหายใจเกิดการอักเสบ เมื่อฝุ่นสะสมในปอด จะทำให้เกิดอาการไอ จาม แสบจมูก เจ็บคอ และแน่นหน้าอกหลอดลมอักเสบ ทำให้หายใจลำบากโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังกำเริบประสิทธิภาพการทำงานของปอดลดลงหากได้รับฝุ่นเป็นเวลานาน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด และทำให้สมรรถภาพปอดเสื่อมถอยเร็วกว่าปกติ
3. ผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
ฝุ่น PM2.5 ที่เข้าสู่กระแสเลือดจะกระตุ้นการอักเสบของหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดหนาตัวและแข็งขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตสูงเพิ่มโอกาสการเกิดลิ่มเลือด เสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด เสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองหรืออัมพฤกษ์อัมพาตในผู้ป่วยโรคหัวใจ ฝุ่น PM2.5 อาจกระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้
4. ผลกระทบต่อสมองและระบบประสาท
การศึกษาพบว่า PM2.5 สามารถส่งผลต่อสมองได้โดยตรง ฝุ่นที่เข้าสู่กระแสเลือดสามารถไปกระตุ้นการอักเสบของเนื้อสมอง ทำให้สมาธิและความจำลดลงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อมอาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก
5. ผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน
PM2.5 ทำให้ร่างกายเกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติร่างกายอ่อนแอ ติดเชื้อได้ง่าย แผลหายช้าเพิ่มโอกาสการเกิดโรคเรื้อรังต่าง ๆ
6. ผลกระทบต่อเด็กและหญิงตั้งครรภ์
เด็กมีอัตราการหายใจสูงกว่าผู้ใหญ่ จึงรับฝุ่นเข้าสู่ร่างกายมากกว่า ส่งผลให้ปอดเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ เสี่ยงเป็นโรคทางเดินหายใจตั้งแต่วัยเด็ก ในหญิงตั้งครรภ์ PM2.5 สามารถส่งผลต่อทารกในครรภ์ ทำให้เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดทารกน้ำหนักแรกเกิดต่ำส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาวของเด็ก
7. ผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพชีวิต
การได้รับ PM2.5 ต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้สุขภาพโดยรวมเสื่อมลง อายุขัยสั้นลง คุณภาพชีวิตลดลง และเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของทั้งครอบครัวและสังคม
วิธีป้องกันตนเองจากฝุ่น PM2.5
1. ป้องกันก่อนฝุ่นเข้าสู่ร่างกาย
สวมหน้ากากป้องกันฝุ่นที่ได้มาตรฐาน เช่น หน้ากาก N95 หรือ KN95 หลีกเลี่ยงการออกนอกอาคารในวันที่ค่าฝุ่นสูง โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น ปิดประตู หน้าต่าง ให้มิดชิด เพื่อลดฝุ่นจากภายนอก ใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรอง HEPA ภายในบ้านหรือในอาคาร มีการติดตามรายงานค่าฝุ่น PM2.5 จากแอพริเคชั่นหรือหน่วยงานที่เชื่อถือได้
2. ลดการสัมผัสฝุ่นในชีวิตประจำวัน
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งเมื่อค่า PM2.5 ขึ้นสูง หากต้องออกนอกบ้าน ควรอาบน้ำและล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน ทำความสะอาดบ้านด้วยผ้าชุบน้ำ เพื่อลดการฟุ้งกระจายของฝุ่น
3. ลดการสร้างฝุ่นและมลพิษ
งดการเผาขยะหรือเผาในที่โล่ง ใช้ขนส่งสาธารณะหรือรถไฟฟ้าเพื่อลดควันจากรถยนต์ ดูแลสภาพรถยนต์ให้สมบูรณ์ ลดควันดำ ปลูกต้นไม้เพื่อช่วยกรองอากาศ
4. การดูแลรักษาเมื่อได้รับผลกระทบจาก PM2.5
ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นในโพรงจมูก ผู้ที่เป็นโรคหอบหืดหรือภูมิแพ้ ควรใช้ยาประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการไอ แน่นหน้าอก หายใจลำบาก ควรพบแพทย์เพื่อตรวจรักษา ไม่ควรซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์และเภสัชกร
5. การเสริมสร้างสุขภาพเพื่อลดผลกระทบระยะยาว
การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบในร่างกาย
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ รับประทานผักและผลไม้หลากหลายชนิด โดยเฉพาะที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี วิตามินอี และเบต้าแคโรทีน
เลือกรับประทานสารอาหารที่มีโอเมกา 3 สูง เช่น ปลา ถั่ว และเมล็ดพืช ซึ่งช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
หลีกเลี่ยงอาหารแปรรูป อาหารทอด และอาหารที่มีไขมันสูง
เอกสารอ้างอิง
1. Garcia A, Santa-Helena E, De Falco A, de Paula Ribeiro J, Gioda A, Gioda CR. Toxicological Effects of Fine Particulate Matter (PM2.5): Health Risks and Associated Systemic Injuries-Systematic Review. Water Air Soil Pollut. 2023;234(6):346. doi: 10.1007/s11270-023-06278-9. Epub 2023 May 24. PMID: 37250231; PMCID: PMC10208206.
2. Li W, Lin G, Xiao Z, Zhang Y, Li B, Zhou Y, Ma Y, Chai E. A review of respirable fine particulate matter (PM2.5)-induced brain damage. Front Mol Neurosci. 2022 Sep 7;15:967174. doi: 10.3389/fnmol.2022.967174. PMID: 36157076; PMCID: PMC9491465. 3. Masselot P, Kan H, Kharol SK, Bell ML, Sera F, Lavigne E, Breitner S, das Neves Pereira da Silva S, Burnett RT, Gasparrini A, Brook JR. Air pollution mixture complexity and its effect on PM2.5-related mortality: A multicountry time-series study in 264 cities. Environ Epidemiol. 2024 Oct 30;8(6):e342. doi: 10.1097/EE9.0000000000000342. PMID: 39483640; PMCID: PMC11527422.
