Skip to content

Lemon Balm ทางเลือกใหม่ช่วยคลายเครียด

เลมอนบาล์ม (Lemon Balm) คือ พืชสมุนไพรในตระกูลมิ้นต์ มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Melissa officinalis มีถิ่นกำเนิดในแถบยุโรปและเอเชียกลาง แต่ปัจจุบันมีการปลูกและพบได้ทั่วโลก ใบของเลมอนบาล์มมีกลิ่นหอมคล้ายมะนาว และมักถูกนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ชา สมุนไพร ยา หรือแม้กระทั่งในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักดีว่าเป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยลดความเครียดและวิตกกังวลได้ มีสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายและนอนหลับได้ง่ายขึ้น ช่วยปรับสมดุลอารมณ์และลดความเหนื่อยล้าได้

เลมอนบาล์มประกอบด้วยสารหลายกลุ่ม ได้แก่

1. กรดฟีนอลิก (Phenolic Acids) สารกลุ่มนี้มีความสำคัญที่สุด โดยเฉพาะ กรดโรสมารินิก (Rosmarinic acid) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์หลักที่มีบทบาทสำคัญต่อคุณสมบัติด้านการผ่อนคลายและบำรุงสมอง

2. ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) เช่น Luteolin, Quercetin, Apigenin และ Kaempferol ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) และต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory)

3. น้ำมันหอมระเหย (Essential Oils) ประกอบด้วย Citral (Geranial และ Neral), Citronellal และ Geraniol ซึ่งเป็นตัวให้กลิ่นหอมคล้ายมะนาวที่เป็นเอกลักษณ์ และมีฤทธิ์ช่วยให้รู้สึกสงบ

กลไกการออกฤทธิ์ในร่างกาย

1. ช่วยยับยั้งเอนไซม์ GABA Transaminase (GABA-T): กรดโรสมารินิกในเลมอนบาล์มมีความสามารถในการยับยั้งเอนไซม์ GABA-T ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ทำหน้าที่สลายสารสื่อประสาท GABA (Gamma-Aminobutyric Acid) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทชนิดยับยั้ง (Inhibitory Neurotransmitter) ที่สำคัญที่สุดในสมอง เมื่อ GABA-T ถูกยับยั้ง ปริมาณของ GABA ในไซแนปส์ (Synapse) จะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้เกิดผลลัพธ์ในการลดการทำงานของเซลล์ประสาทที่ถูกกระตุ้นมากเกินไป ส่งผลให้รู้สึกสงบ ผ่อนคลาย และลดความวิตกกังวลลง กลไกนี้มีความคล้ายคลึงกับการออกฤทธิ์ของยาในกลุ่ม Benzodiazepines แต่มีความอ่อนโยนและปลอดภัยกว่า จึงเหมาะกับการนำมาใช้ในผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ เพื่อช่วยในการปรับปรุงคุณภาพการนอน เพราะนอกจากจะช่วยให้หลับง่ายขึ้นแล้ว งานวิจัยยังชี้ว่าเลมอนบาล์มอาจช่วยเพิ่มระยะเวลาของช่วงการหลับลึก (Deep sleep) และลดการตื่นกลางดึก ทำให้ตื่นนอนในตอนเช้าด้วยความรู้สึกที่สดชื่นและได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่มากขึ้น

2. เพิ่มการทำงานของตัวรับ Acetylcholine (Cholinergic activity): เลมอนบาล์มมีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ Acetylcholinesterase (AChE) ซึ่งทำหน้าที่สลายสารสื่อประสาท Acetylcholine ที่มีความสำคัญต่อการเรียนรู้และความจำ การเพิ่มขึ้นของ Acetylcholine ในสมองจึงช่วยส่งเสริมการทำงานด้านการรู้คิด (Cognitive function) สมาธิและความจำได้

3. การต้านอนุมูลอิสระและการต้านการอักเสบ: สารประกอบกลุ่มฟลาโวนอยด์และกรดฟีนอลิกช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ (Oxidative stress) และลดการอักเสบในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของระบบประสาทในโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อมอื่นๆ

ขนาดการรับประทาน

สารสกัดเลมอนบาล์ม 300 – 600 mg/วัน อาจแบ่งรับประทานเป็น 300 mg วันละ 2 ครั้ง (เช้า-เย็น) เพื่อรักษาระดับสารออกฤทธิ์ในเลือดให้คงที่สำหรับผู้ที่มีอาการเครียด หรือรับประทานก่อนนอนครั้งเดียวสำหรับผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ

ข้อควรระวังและอาการข้างเคียง

1. ควรระมัดระวังการใช้ร่วมกับยาต้านเศร้า (Antidepressants) หรือยาคลายกังวล (Anxiolytics)

2. อาจทำให้เกิดอาการมึนงงง่วงนอน ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานยนต์หรอทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักร

3. อาจทำให้เกิดอาการแพ้  อาการคลื่นไส้  วิงเวียนศีรษะ

References

  1. Mathews IM, Eastwood J, Lamport DJ, Cozannet RL, Fanca-Berthon P, Williams CM. Clinical Efficacy and Tolerability of Lemon Balm (Melissa officinalis L.) in Psychological Well-Being: A Review. Nutrients. 2024 Oct 18;16(20):3545. doi: 10.3390/nu16203545. PMID: 39458539; PMCID: PMC11510126.
  2. Haybar H, Javid AZ, Haghighizadeh MH, Valizadeh E, Mohaghegh SM, Mohammadzadeh A. The effects of Melissa officinalis supplementation on depression, anxiety, stress, and sleep disorder in patients with chronic stable angina. Clin Nutr ESPEN. 2018 Aug;26:47-52. doi: 10.1016/j.clnesp.2018.04.015. Epub 2018 May 19. PMID: 29908682.