ตับ… อวัยวะที่ทำงานหนักที่สุด แต่ได้รับการดูแลน้อยที่สุด ตับเปรียบเสมือน “เครื่องยนต์” ของร่างกาย ตับทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมงในการกำจัดสารพิษ แต่ด้วยวิถีชีวิตในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นอาหารไขมันสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้ตับต้องรับภาระหนักเกินกำลัง จนบางครั้งกระบวนการซ่อมแซมตัวเองตามธรรมชาติอาจทำได้ไม่ทันท่วงที
สารสกัดจากธรรมชาติถูกพูดถึงมากที่สุดในแง่ประโยชน์ต่อตับ คือ Milk Thistle (มิลค์ ทิสเทิล) หรือชื่อไทยว่า “ดอกคำฝอยฝรั่ง” บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับสมุนไพรชนิดนี้ให้ดียิ่งขึ้นตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
Milk Thistle คืออะไร?
Milk Thistle (Silybum marianum) เป็นพืชดอกสีม่วงที่อยู่ในตระกูลเดียวกับดอกเดซี่ มีถิ่นกำเนิดในแถบเมดิเตอร์เรเนียน ถูกใช้เป็นสมุนไพรมานานกว่า 2,000 ปี สารสกัดสำคัญที่ได้จาก Milk Thistle มีชื่อว่า “ซิลิมาริน” (Silymarin) ซึ่งเป็นกลุ่มของสารฟลาโวนอยด์ (Flavonolignans)
กลไกการทำงานของ Silymarin
จากการศึกษาทางเภสัชวิทยา พบว่าซิลิมารินมีกลไกหลัก ๆ 3 ประการในการดูแลตับ
- ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant): ช่วยลดความเสียหายของเซลล์ตับที่เกิดจากสารพิษ
- ต้านการอักเสบ (Anti-inflammatory): ลดกระบวนการอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดพังผืดในตับ
- กระตุ้นการสร้างโปรตีน: ช่วยเร่งกระบวนการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ตับใหม่ทดแทนเซลล์ที่เสียหาย
เจาะลึกงานวิจัย
ภาวะไขมันพอกตับ
โรคไขมันพอกตับโดยไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ (Non-Alcoholic Fatty Liver Disease – NAFLD) เป็นภัยเงียบของคนยุคใหม่ที่ทานแป้งและน้ำตาลเยอะ
งานวิจัย: มีการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Trial) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Hepatitis Monthly โดยทีมนักวิจัยได้ทำการทดลองในผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มีระดับเอนไซม์ตับสูง จำนวน 50 คน แบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับสารสกัด Silymarin ขนาด 140 มิลลิกรัมต่อวัน และกลุ่มที่ได้รับยาหลอก (Placebo) เป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์
ผลการศึกษา: กลุ่มที่ได้รับ Silymarin มีระดับเอนไซม์ตับ (ALT และ AST) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การอักเสบ ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก บ่งชี้ว่า Silymarin มีประสิทธิภาพในการช่วยฟื้นฟูการทำงานของตับในผู้ป่วยกลุ่มนี้
การควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในผู้ป่วยเบาหวาน
ตับและระดับน้ำตาลในเลือดมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ผู้ป่วยเบาหวานมักมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดโรคตับตามมา
งานวิจัย: การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Phytomedicine ได้ทำการทดลองในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จำนวน 51 คน โดยให้ทานสารสกัด Silymarin 200 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ร่วมกับ standard therapy เปรียบเทียบกับกลุ่มยาหลอกร่วมกับ standard therapy โดยติดตาม เป็นระยะเวลา 4 เดือน
ผลการศึกษาพบว่า: กลุ่มที่ได้รับ Silymarin มีระดับน้ำตาลสะสม (HbA1c), ระดับน้ำตาลขณะอดอาหาร (Fasting Blood Glucose), ระดับเอนไซม์ตับ (ALT, AST), total cholesterol, LDL และ triglyceride ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มยาหลอก งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่า Milk Thistle ไม่เพียงช่วยเรื่องตับ แต่ยังช่วยปรับปรุงระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งส่งผลดีต่อตับในทางอ้อมด้วย
ผลต่อผู้ป่วยโรคตับแข็ง
งานวิจัย: การศึกษาในวารสาร Journal of Hepatology ได้ทำการทดลองให้แก่ผู้ป่วยโรคตับแข็ง (Cirrhosis) จากแอลกอฮอล์และสาเหตุอื่นๆ ที่ไม่ใช่แอลกอฮอล์ จำนวน 170 คน โดยแบ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับ Silymarin 140 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง และอีกกลุ่มได้รับยาหลอก (Placebo) โดยติดตามผลเป็นระยะเวลา 2 – 6 ปี
ผลการศึกษาพบว่า: แม้ว่าการศึกษาเรื่องอัตราการรอดชีวิตในระยะยาวจะยังให้ผลที่หลากหลาย แต่ในกลุ่มย่อยของผู้ป่วยที่เป็นโรคตับจากแอลกอฮอล์ในระยะเริ่มต้น (Child-Pugh A) พบว่า Silymarin ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิต (Survival rate) ได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่รับยาหลอก โดยสามารถเพิ่มอัตราการรอดชีวิตมากกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอกอย่างมีนัยสําคัญ ซึ่งจากตัวอย่างในการศึกษานี้ พบว่า กลุ่มที่ได้รับยาหลอกมีอัตรารอดชีวิตเพียง 40% ขณะที่กลุ่มที่ได้รับ Silymarin จะมีอัตรารอดชีวิตภายในระยะเวลา 4 ปี อยู่ที่ 60%
ภาวะตับอักเสบจากไขมันพอกตับ
งานวิจัย: มีการศึกษาทางคลินิกแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม (Randomized Controlled Trial) ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Clinical Gastroenterology and Hepatology โดยทำการศึกษาในผู้ป่วย 99 คนที่มีผลตรวจชิ้นเนื้อตับยืนยันว่าเป็น Nonalcoholic steatohepatitis (NASH) โรคตับคั่งไขมันที่ตรวจพบการอักเสบในตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงกว่าไขมันพอกตับทั่วไป อาจมีพังผืดเกิดขึ้นเป็นผลที่ตามมาจากการอักเสบร่วมด้วย โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้รับ Silymarin ขนาดสูง 700 มิลลิกรัมวันละ 3 ครั้ง (2,100 มิลลิกรัมต่อวัน) และอีกกลุ่มได้รับยาหลอก (Placebo) โดยทานต่อเนื่องยาวนานถึง 48 สัปดาห์
ผลการศึกษา: ในแง่การลดคะแนนความรุนแรงของโรค พบว่ากลุ่มที่กิน Silymarin กับกลุ่มยาหลอก ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ (32.7% เทียบกับ 26%) แต่จุดเด่นที่น่าสนใจคือ การการลดพังผืดในตับ (Liver Fibrosis) พบว่ากลุ่มที่ได้รับ Silymarin มีการลดลงของพังผืดถึง 22.4% ในขณะที่กลุ่มยาหลอกลดลงเพียง 6% เท่านั้น
ในด้านค่าเอนไซม์ตับและผลตรวจอื่น ๆ กลุ่มที่ทาน Silymarin มีค่าบ่งชี้พังผืดในเลือด (เช่น Fibrosis-4 score) และผลตรวจความแข็งของตับ (FibroScan) ที่ดีขึ้นกว่ากลุ่มยาหลอกอย่างชัดเจน
ในด้านความปลอดภัย ไม่พบผลข้างเคียงร้ายแรงจากการใช้ Silymarin ขนาดสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นเพื่อยืนยันผลของ Silymarin กับประโยชน์ในด้านการปกป้องและฟื้นฟูตับในอนาคต
เอกสารอ้างอิง
- Hajaghamohammadi AA, Ziaee A, Rafiei R. The efficacy of silymarin in decreasing transaminase activities in non-alcoholic fatty liver disease: a randomized controlled clinical trial. Hepat Mon. 2012;12(6):e5839.
- Huseini HF, Larijani B, Heshmat R, Fakhrzadeh H, Radjabipour B, Toliat T, et al. The efficacy of Silybum marianum (L.) Gaertn. (silymarin) in the treatment of type II diabetes: a randomized, double-blind, placebo-controlled, clinical trial. Phytomedicine. 2006;13(9-10):719-28.
- Ferenci P, Dragosics B, Dittrich H, Frank H, Benda L, Lochs H, et al. Randomized controlled trial of silymarin treatment in patients with cirrhosis of the liver. J Hepatol. 1989;9(1):105-13.
- Chan WK, Mustapha NR, Mahadeva S. A Randomized Trial of Silymarin for the Treatment of Nonalcoholic Steatohepatitis. Clin Gastroenterol Hepatol. 2017;15(12):1940-1949.e8. doi: 10.1016/j.cgh.2017.04.016.
