หากคุณเป็นหนึ่งในหลายล้านคนที่เคยปวดหัวจนแทบทนไม่ไหว มีอาการคลื่นไส้ แพ้แสง หรือเสียงรบกวนเล็กน้อยก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกระหม่อมคุณอาจรู้จัก “ไมเกรน” เป็นอย่างดี แต่คำถามสำคัญที่ผู้ป่วยไมเกรนจำนวนมากมักสงสัยก็คือ “ไมเกรน ต้องกินยาไปตลอดชีวิตเลยหรือเปล่า?”

คำตอบคือ ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งความรุนแรง ความถี่ของอาการ และการตอบสนองต่อการรักษาแบบต่างๆ รวมถึงอาหารเสริมบางชนิดที่อาจช่วยลดความถี่หรือความรุนแรงของไมเกรนได้ด้วย
ไมเกรนคืออะไร และทำไมถึงเรื้อรัง?
ไมเกรนไม่ใช่แค่การปวดหัวธรรมดา แต่มันคือ “ความผิดปกติของระบบประสาท” ที่ซับซ้อน เกิดจากความแปรปรวนของการไหลเวียนเลือด การหลั่งสารสื่อประสาท และการอักเสบในสมอง ผู้ป่วยไมเกรนมักมีปัจจัยกระตุ้นเฉพาะตัว เช่น ความเครียด การนอนหลับไม่เพียงพอ อาหารบางชนิด หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
ถึงแม้ไมเกรนจะ “ไม่มีทางรักษาให้หายขาด” อย่างแท้จริงในปัจจุบัน แต่สามารถควบคุมอาการให้อยู่ในระดับที่ใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยาตลอดชีวิต
ยารักษาไมเกรน: ต้องกินตลอดไหม?
การใช้ยาแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ:
- ยาบรรเทาอาการเฉียบพลัน เช่น ยาแก้ปวด (NSAIDs), ยากลุ่ม Triptans
- ยาป้องกันไมเกรน เช่น ยากันชัก ยาลดความดันโลหิต ยาต้านซึมเศร้า หรือแร่ธาตุบางชนิด
การจำเป็นต้องใช้ยาในระยะยาวหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความถี่ของอาการ หากคุณมีอาการเดือนละ 1-2 ครั้ง อาจไม่จำเป็นต้องใช้ยาป้องกันเลย แต่หากเป็นไมเกรนรุนแรงหรือบ่อยครั้ง (≥4 ครั้ง/เดือน) แพทย์อาจแนะนำยาป้องกันหรืออาหารเสริมบางชนิดเพื่อลดความถี่ของอาการ
อาหารเสริมทางเลือก: อีกหนึ่งตัวช่วยสำหรับไมเกรน
การรับมือกับไมเกรนไม่จำเป็นต้องพึ่งพายาเพียงอย่างเดียว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการศึกษาหลายชิ้นที่ชี้ให้เห็นว่าอาหารเสริมบางชนิดสามารถช่วยลดความถี่ ความรุนแรง หรือแม้แต่ระยะเวลาของอาการไมเกรนได้ เมื่อใช้ร่วมกับการปรับพฤติกรรม อาจให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจโดยไม่ต้องพึ่งยาเสมอไป
1. Magnesium Bisglycinate
แมกนีเซียมมีบทบาทสำคัญในระบบประสาทส่วนกลาง โดยช่วยปรับการทำงานของตัวรับ NMDA ซึ่งหากทำงานผิดปกติอาจก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะแบบไมเกรน นอกจากนี้ยังช่วยลดการหลั่งของสาร CGRP ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนโดยตรง แมกนีเซียมยังช่วยผ่อนคลายหลอดเลือด ลดการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบ และเพิ่มการไหลเวียนโลหิต
แมกนีเซียมรูปแบบ Bisglycinate เป็นชนิดที่ดูดซึมได้ดีเป็นพิเศษ (~80%) เมื่อเทียบกับรูปแบบอื่น เช่น แมกนีเซียมออกไซด์ (~15%) และยังไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหาร หรืออาการท้องเสียที่พบได้บ่อยในแมกนีเซียมรูปแบบอื่น นอกจากนี้รูปแบบ Bisglycinate ยังเป็นรูปแบบเดียวที่ช่วยเรื่องการนอนโดยไม่ทำให้ระคายเคืองกระเพาะหรือท้องเสียได้
นอกจากนี้ แมกนีเซียมยังช่วยลดความเครียด สนับสนุนการนอนหลับที่มีคุณภาพ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดไมเกรนในระยะยาวอีกด้วย
2. Coenzyme Q10 (CoQ10)
CoQ10 เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ได้รับความสนใจอย่างมากในการป้องกันไมเกรน เนื่องจากมีบทบาทโดยตรงในการผลิตพลังงานของเซลล์ (ผ่านกระบวนการในไมโทคอนเดรีย) และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลัง
การทำงานของไมโทคอนเดรียที่ผิดปกติเป็นหนึ่งในกลไกที่เชื่อมโยงกับการเกิดไมเกรน การเสริม CoQ10 ช่วยฟื้นฟูการผลิตพลังงานในเซลล์สมอง ลดภาวะ oxidative stress และปรับปรุงการทำงานของเยื่อบุหลอดเลือด ซึ่งล้วนแล้วแต่เกี่ยวข้องกับการเกิดอาการไมเกรน
3. Vitamin B Complex (B1, B2, B6, B12)
วิตามินบีกลุ่มนี้ทำงานร่วมกันเพื่อสนับสนุนการทำงานของสมอง การสร้างพลังงาน และการสังเคราะห์สารสื่อประสาท เช่น serotonin และ dopamine ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการควบคุมความเจ็บปวดและอารมณ์ โดยเฉพาะ Vitamin B2 (Riboflavin) มีหลักฐานค่อนข้างแน่ชัดว่าในปริมาณสูง อาจลดความถี่ของไมเกรนได้
4. L-Theanine และ L-Arginine
L-Theanine เป็นกรดอะมิโนที่พบในชาเขียว มีคุณสมบัติช่วยให้ผ่อนคลายโดยไม่ทำให้ง่วง ผ่านการเพิ่มคลื่นสมองอัลฟา และปรับสมดุลสารสื่อประสาท เช่น GABA และ dopamine ซึ่งเป็นกลไกที่เกี่ยวข้องกับการลดความเครียดและอารมณ์แปรปรวน ซึ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นไมเกรนอย่างหนึ่ง
L-Arginine มีบทบาทในการผลิต Nitric Oxide (NO) ซึ่งช่วยขยายหลอดเลือดและเพิ่มการไหลเวียนของเลือดในสมอง กลไกนี้อาจช่วยลดอาการไมเกรนในบางกลุ่มได้
5. Ginkgo Biloba Extract
สารสกัดจากใบแปะก๊วยช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะในสมอง ลดการเกาะตัวของเกล็ดเลือด และต้านอนุมูลอิสระ บางการศึกษาชี้ว่า Ginkgo อาจช่วยลดความถี่ของไมเกรน
6. Chlorophyll
คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและลดการอักเสบของร่างกายในระดับเบื้องต้นได้
แล้วเราควรทำอย่างไร?
คุณไม่จำเป็นต้อง “กินยาไปตลอดชีวิต” หากสามารถควบคุมไมเกรนด้วยวิธีธรรมชาติ การปรับพฤติกรรม เช่น การนอนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารกระตุ้นไมเกรน และการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้วนช่วยลดความถี่ของอาการได้ นอกจากนี้ การใช้อาหารเสริมที่เหมาะสม เช่น Magnesium Bisglycinate ก็สามารถเป็น “ทางเลือกที่ปลอดภัย” โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง
“ไมเกรนไม่จำเป็นต้องอยู่กับยาไปตลอดชีวิต แต่ต้องอยู่กับความเข้าใจในร่างกายตัวเอง”
การจัดการไมเกรนไม่ใช่แค่เรื่องของการกินยา แต่คือการเรียนรู้ร่างกายตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมควบคู่ไปด้วย หากคุณเลือกเส้นทางที่เหมาะกับคุณ ไมเกรนอาจไม่ใช่อุปสรรคในการใช้ชีวิตอีกต่อไป
เอกสารอ้างอิง (Vancouver Style)
- Mauskop A, Varughese J. Why all migraine patients should be treated with magnesium. Headache. 2012;52 Suppl 2:103-9.
- Sun-Edelstein C, Mauskop A. Role of magnesium in the pathogenesis and treatment of migraines. Expert Rev Neurother. 2009;9(3):369–79.
- Sándor PS, Di Clemente L, Coppola G, Saenger U, Fumal A, Magis D, et al. Efficacy of coenzyme Q10 in migraine prophylaxis: a randomized controlled trial. Neurology. 2005;64(4):713-5.
- Shoeibi A, Olfati N, Khorvash F, Sadatnakhaei M, Yousefi M, Asadollahi M, et al. The effect of coenzyme Q10 on the severity and frequency of migraine headaches: A meta-analysis of randomized controlled trials. Neurol Sci. 2017;38(10):1993–2001.
- Boehnke C, Reuter U, Flach U, Schuh-Hofer S, Einhäupl KM, Arnold G. High-dose riboflavin treatment is efficacious in migraine prophylaxis: an open study in a tertiary care centre. Eur J Neurol. 2004;11(7):475-7.
- McNeal CJ, Meininger CJ, Reddy D, Wilborn CD, Pownall HJ, Saha A, et al. L-arginine and endothelial function. Nutr J. 2009;8:35.
- Nobre AC, Rao A, Owen GN. L-theanine, a natural constituent in tea, and its effect on mental state. Asia Pac J Clin Nutr. 2008;17 Suppl 1:167-8.
- Esposito M, Ruberto M, Pascotto A, Carotenuto M. Effectiveness of Ginkgolide B in the prophylaxis of migraine in school-age children: an open-label study. Neurol Sci. 2011;32(1):79–81.
- D’Andrea G, Cananzi AR, Francesconi F, Zamberlan F, Alecci M, Carotenuto A. Ginkgolide B complex efficacy for brief and mild migraine prophylaxis: a prospective, open-label study. Neurol Sci. 2009;30 Suppl 1:S121–4.
- Perez-Galvez A, Martin HD, Sies H, Stahl W. Incorporation of carotenoids from chlorophyll-containing supplements into human plasma. Antioxidants. 2020;9(6):524.
- Jubert C, Mata J, Bench G, Dashwood R, Pereira C, Tracewell W, et al. Effects of chlorophyll and chlorophyllin on aflatoxin B1 pharmacokinetics in human volunteers. Cancer Prev Res (Phila). 2009;2(12):1015–22.