Skip to content

ลำไส้สะอาดได้ด้วยโปรไบโอติก ทางเลือกใหม่ในการรับมือสารตกค้างจากนาโนพลาสติก

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมามีการผลิตการใช้และทิ้งพลาสติกเพิ่มขึ้นทั่วโลกได้นำไปสู่ภัยคุกคามทางสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ เนื่องจากการสะสมของเศษซากพลาสติก โดยปกติแล้วพลาสติกจะเกิดการสลายตัวผ่านกระบวนการต่างๆ เช่น การสลายตัวด้วยแสง (photodegradation) การสลายตัวด้วยน้ำ (hydrolytic degradation) การย่อยสลายด้วยความร้อนและออกซิเจน (thermo-oxidative degradation) หรือการย่อยสลายทางชีวภาพโดยจุลินทรีย์ (biodegradation) แม้จะมีการย่อยสลายแต่พลาสติกไม่ได้หายไปจากโลกอย่างรวดเร็ว ส่วนใหญ่เพียงแค่เล็กลง พลาสติกที่มีขนาดมากกว่า 5 มิลลิเมตรจะถูกเรียกว่า Macroplastics พลาสติกที่มีขนาด 1 ไมโครเมตร – 5 มิลลิเมตรจเรียกว่า Microplastics ส่วนพลาสติกที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ไมโครเมตรเรียกว่า นาโนพลาสติก (Nanoplastic; NP) ซึ่งเป็นพลาสติกที่จัดการได้ยากที่สุด เนื่องจากมีขนาดเล็กมากจนมองไม่เห็นได้ด้วยตาเปล่า สามารถปนเปื้อนและตกค้างอยู่ในร่างกายของมนุษย์เราได้

เราบริโภคพลาสติกเหล่านี้เข้าไปโดยไม่รู้ตัวผ่านทั้งน้ำดื่ม อาหารทะเล เกลือ และผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ เมื่อนาโนพลาสติกเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายอาจตกค้างอยู่ในระบบทางเดินอาหาร ส่งผลให้สมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้เสียไป ทำลายเยื่อบุลำไส้ และอาจสามารถแทรกซึมเข้าสู่เซลล์ร่างกายมนุษย์โดยสามารถเล็ดลอดผ่านผนังลำไส้เข้าสู่กระแสเลือดได้ เมื่อเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือดแล้วจะเข้าไปสะสมตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ เช่น ตับ ไต รวมไปถึงสมอง ซึ่งมีงานวิจัยค้นพบว่ามีความเข้มข้นของพลาสติกในสมองสูงกว่าอวัยวะอื่น และในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะอักเสบเรื้อรังหรือความเป็นพิษต่อเซลล์ได้

ท่ามกลางความกังวลนี้ มีงานวิจัยที่ได้ศึกษาแบคทีเรียกรดแลคติกซึ่งเป็นแบคทีเรียกลุ่มโปรไบโอติกที่ปลอดภัยต่อร่างกาย และค้นพบสายพันธุ์ Leuconostoc mesenteroides CBA3656 ที่แยกได้จากกิมจิ ซึ่งแสดงประสิทธิภาพที่น่าทึ่งในการดูดซับนาโนพลาสติกได้อย่างโดดเด่น ผลการทดลองพบว่า สายพันธุ์ CBA3656 นี้เปรียบเสมือนเครื่องดูดฝุ่นชีวภาพที่ทำงานได้ในสภาวะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในน้ำ หรือสภาวะจำลองในลำไส้ที่มีความแปรปรวนของอุณหภูมิและค่าความเป็นกรด-ด่างสูง โดยสายพันธุ์นี้สามารถดักจับนาโนพลาสติกได้อย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น และเมื่อวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงจนพบว่าที่ผนังเซลล์ของแบคทีเรียสายพันธุ์นี้มีหมู่ฟังก์ชันเฉพาะตัว เช่น หมู่ฟอสเฟต (P=O), หมู่คาร์บอนิล (C=O) และอีเทอร์ (C-O-C) ที่ทำหน้าที่คล้ายแม่เหล็กแรงสูงคอยจับยึดกับอนุภาคนาโนพลาสติกไว้ที่ผิวเซลล์ ทำให้พลาสติกไม่สามารถเคลื่อนที่ไปทำอันตรายต่อเยื่อบุลำไส้ได้ และเมื่อแบคทีเรียเหล่านี้ผ่านเข้าสู่กระบวนการขับถ่ายตามธรรมชาติ พวกมันก็จะพาเอาอนุภาคพลาสติกที่จับไว้ออกไปจากร่างกายพร้อมกับอุจจาระด้วย

ในการทดลองเชิงลึกทีมวิจัยได้นำแบคทีเรีย CBA3656 ไปทดสอบในหนูปลอดเชื้อ (Germ-free mice) และพบหลักฐานเชิงประจักษ์ว่า แบคทีเรียกลุ่มนี้สามารถลดปริมาณการสะสมของนาโนพลาสติกภายในทางเดินอาหารได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับแบคทีเรีย ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่ากลยุทธ์การดูดซับทางชีวภาพ (Biosorption) โดยใช้จุลินทรีย์ที่รับประทานได้เป็นแนวทางที่มีศักยภาพสูงและปลอดภัย แม้ว่างานวิจัยนี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นและจำเป็นต้องมีการศึกษาในระดับคลินิกเพิ่มเติม แต่การค้นพบว่าแบคทีเรียกรดแลคติกที่อยู่ในกลุ่ม GRAS (Generally Recognized as Safe) หรือก็คือกลุ่มจุลินทรีย์ที่ได้รับการยอมรับโดยทั่วไปจากองค์การอาหารและยาว่ามีความปลอดภัยสำหรับการนำมาใช้ในอาหาร ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร หรือในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร สามารถจับหรือยึดอนุภาคแปลกปลอมในลำไส้อาจช่วยลดผลกระทบจากสารพิษบางชนิดที่มากับพลาสติก เป็นอีกหนึ่งโปรไบโอติกที่มีประโยชน์ต่อร่างกายที่น่าสนใจ

Reference

Efficient biosorption of nanoplastics by food-derived lactic acid bacterium. Bioresource Technology, 2026. DOI: 10.1016/j.biortech.2026.134234