Skip to content

“โยเกิร์ต = โปรไบโอติกจริงไหม?”กินแล้วได้ประโยชน์ หรือได้ไม่พออย่างที่คิด?

ในยุคที่ “สุขภาพลำไส้” กลายเป็นหัวใจของสุขภาพโดยรวม อาหารอย่าง “โยเกิร์ต” ถูกยกให้เป็นแหล่งของโปรไบโอติก (probiotics) ที่เข้าถึงง่ายและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย หลายคนเชื่อว่า “กินโยเกิร์ต = ได้โปรไบโอติก = ลำไส้ดีทันที” แต่ในความเป็นจริง คำถามสำคัญคือ โยเกิร์ตมีโปรไบโอติกจริงหรือไม่? ปริมาณเพียงพอหรือไม่?และที่สำคัญที่สุด…มันรอดไปถึงลำไส้ได้จริงแค่ไหน? บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกทุกมิติ ตั้งแต่ “ในถ้วยโยเกิร์ต” ไปจนถึง “ในลำไส้ของคุณ”

1. โปรไบโอติกคืออะไร (และต้องมีเท่าไหร่ถึงจะได้ผล?)

โปรไบโอติก (Probiotics) คือ “จุลินทรีย์มีชีวิต” ที่เมื่อได้รับในปริมาณเพียงพอ จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพ (WHO/FAO definition) โดยต้องมีเงื่อนไขสำคัญ 3 ข้อ ได้แก่ :
1. ต้อง “มีชีวิต”
2. ต้อง “มีหลักฐานว่ามีประโยชน์”
3.ต้อง “มีปริมาณเพียงพอ (adequate dose)”

ซึ่งถ้าถามว่าโยเกิร์ตมีโปรไบโอติกจริงไหม?
คำตอบ: “มี…แต่ไม่ใช่ทุกชนิด และไม่ใช่ทุกตัวจะเป็น probiotic”

2. แบคทีเรียพื้นฐานในโยเกิร์

โยเกิร์ตทุกชนิดต้องมี Lactobacillus delbrueckii subsp. bulgaricus และ Streptococcus thermophilus
เรียกว่า “starter cultures” เพื่อที่ทำให้นมกลายเป็นโยเกิร์ต โดยทำการย่อย lactoseในนม → lactic acid ทำให้เกิดเนื้อโยเกิร์ต

ประเด็นสำคัญคือ แล้วแบคทีเรียเหล่านี้ จัดว่าเป็น probiotic หรือไม่
คำตอบ: อาจจะใช่

แบคทีเรีย 2 ตัวนี้มีชีวิตก็จริง แต่พบว่าการศึกษาถึงประโยชน์ยังมีไม่ชัดเจน โดยพบว่าการศึกษาส่วนใหญ่ยังพบในสัตว์ทดลอง ในบางการศึกษายังจัดว่า Streptococcus thermophilus  เป็นเพียงแค่ “promising probiotic candidate”

ดังนั้น:Live & Active Cultures ≠ Probiotic เสมอไป

คุณสมบัติStarter cultureProbiotic แท้
มีชีวิต✔️✔️
มีงานวิจัยสุขภาพ✔️ (จำกัด)✔️✔️
รอดถึงลำไส้ปานกลางสูง
strain-specific evidence❌ น้อย✔️ มาก

3. โปรไบโอติกที่ “แท้จริง” ในโยเกิร์ต

ต้องมีการเติมสายพันธุ์ เช่น:

  • Lactobacillus acidophilus
  • Lacticaseibacillus rhamnosus
  • Bifidobacterium lactis

 4. ความจริงที่คนไม่รู้ และ เข้าใจผิดอยู่บ่อยๆ

(1) “โปรไบโอติกลดลงตั้งแต่ยังไม่กิน”

งานวิจัยของ Ferdousi et al.พบว่า:

  • จำนวนจุลินทรีย์ลดลงตามเวลาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อเทียบจำนวน probiotic ตั้งแต่ตอนผลิตจนถึงวันหมดอายุพบว่า อาจลดลงมากถึง 90–99% โดยเฉพาะถ้าอุณหภูมิในการเก็บไม่เหมาะสม

(2) ตัวเลขบนฉลาก ตอนกินจริง

  • CFU มักเป็น “ตอนผลิต” แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆจำนวนก็จะลดลงไปตามกาลเวลา
  • จากการศึกษาพบว่า ผลิตภัณฑ์ที่ระบุ 10⁹ CFU ทดสอบจริงใกล้หมดอายุ อาจเหลือเพียง 10⁶ CFU

(3) “โยเกิร์ตทุกชนิดมีโปรไบโอติก”

  • ไม่จริง โดยเฉพาะโยเกิร์ตพาสเจอร์ไรส์ ที่มักจะผ่านความร้อนทำให้โปรไบโอติก ถูกทำลายจนหมด

(4) กินเข้าไปแล้วได้รับจุลินทรีย์เหลือรอดไปถึงลำไส้?

โปรไบโอติก เมื่อรับประทานเข้าไปแล้ว อาจจะพบกับภาวะทางร่างกายที่ทำให้ “ตาย” ก่อนที่จะถึง “ลำไส้” เช่น กรดในกระเพาะอาหาร, น้ำดี, การเกาะติดลำไส้ มีการศึกษาพบว่า บางสายพันธุ์เหลือรอดเพียง 1 – 43% โดยเฉพาะ probiotics ที่อยู่ในโยเกิร์ต ที่เป็น Starter culture ได้แก่ L. bulgaricus และ S. thermophilus พบว่า เหลือรอด “ค่อนข้างน้อย” บางการศึกษาพบอัตราการรอดชีวิตเพียงแค่ 1–10%  เมื่อเทียบกับ probiotic สายพันธุ์อื่นๆ เนื่องจาก ทั้งสองสายพันธุ์มีหน้าที่หลักคือการหมักนมให้เป็นโยเกิร์ต แต่อาจจะ colonize ในลำไส้ได้ไม่ดี

หลักฐานจากงานวิจัย

การทดลองจำลองทางเดินอาหาร (in vitro GI model)

  • L. bulgaricus
    ลดลงอย่างรวดเร็วในสภาวะกรด
    บางงานพบว่า “แทบไม่รอด” หลังผ่าน gastric phase
  • S. thermophilus
    ทนได้ดีกว่าเล็กน้อย
    แต่ยังคงลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

ดังนั้น โปรไบโอติกพื้นฐานในโยเกิร์ต อาจจะมีประโยชน์ระดับ “อาหาร” แต่ไม่ใช่ตัวหลักที่รอดไปทำงานในลำไส้

นอกจากบางผลิตภัณฑ์ที่เติม probiotic สายพันธุ์อื่นๆเข้าไป เช่น LGG หรือ BB-12จะมีโอกาสรอดและและให้ประโยชน์ได้มากกว่าอย่างไรก็ตาม จำนวนที่เหลืออยู่จริงยังลดลงระหว่างทางอย่างมาก


5.แล้วโยเกิร์ตยังมีประโยชน์ไหม?

✔️ มีแน่นอน

ประโยชน์:

  • แหล่งโปรไบโอติก (ในบางชนิด) ที่ช่วยเสริม gut barrier และสุขภาพองค์รวม
  • แหล่งของแคลเซียมและโปรตีนคุณภาพสูง โดยเฉพาะ “Greek yogurt” ที่มีโปรตีนสูง เหมาะกับคนควบคุมน้ำหนัก/ออกกำลังกาย
  • ย่อยง่ายกว่านม มีเอนไซม์ช่วยย่อย lactose คนที่ดื่มนมแล้วท้องอืด มักกินโยเกิร์ตได้

แหล่งอ้างอิง

1. Afzaal M, et al. Functional exploration of probiotic bacteria in yogurt and gastrointestinal conditions. Food Sci Nutr. 2019;7(12):3931–3940.

2. Rutella GS, et al. Survival of probiotic lactobacilli in yogurt fermentation. Food Microbiol. 2016;60:54–61.

3. Ferdousi R, et al. Evaluation of probiotic survivability in yogurt. Iran J Pharm Res. 2013;12(Suppl):139–144.

4. Journal of Dairy Research. Probiotic Greek yogurt survival study. 2021.

5. Charteris WP, et al. Survival of probiotic lactobacilli in GI tract. Food Microbiol. 2011;28(7):1359–1366.